?
เที่ยวแบบครอบครัว
ชาวนครอบครัวเที่ยว ท่องเที่ยวแบบครอบครัว Family travel
  


เที่ยวดูการซ้อมเรือก่อนวันแข่งจริงที่จ.น่าน


จองโรงแรมในต่างประเทศ

แข่งเรือจังหวัดน่าน

   จังหวะดีที่มาน่านในช่วงนี้เพราะเป็นเทศกาลงานประเพณีแข่งเรือยาวประจำปี นัดปิดสนามพอดี เลยได้แวะเดินเที่ยวเล่นรอบๆงาน ทำให้ได้ซึมซับบรรยากาศเมื่อสมัยตอนที่ผมยังอยู่ที่จ.น่าน บรรยากาศเมื่อก่อนเป็นยังไง ปัจจุบัันนี้ก็เหมือนๆเดิมเลยอ่ะ แต่อาจจะมีสิ่งที่เปลี่ยนไปบ้างก็คือพวกสินค้าที่เค้านำมาขายกัน 
ลูกชายขอภาพเดี่ยวกับหัวเรือพญานาค
ลูกชายขอภาพเดี่ยวกับหัวเรือพญานาค
ตอนซ้อมก็ออกแรกกันซะเต็มที่
ตอนซ้อมก็ออกแรกกันซะเต็มที่
นี่ขนาดเป็นช่วงวันซ้อมของฝีพายเรือแต่ละลำ บรรยากาศยังคึกคักขนาดนี้ นี่วันจริงผู้คนคงหลั่งไหลมามากมายกว่านี้อีกหลายเท่าตัวแน่ๆ งั้นทริปนี้ผมถือโอกาสเก็บภาพบรรยากาศมาฝากกันก่อนละกัน เพราะวันจริงผมอาจจะไม่ได้เข้ามาดูก็ได้

สแตนสำหรับกองเชียร์ถูกสร้างขึ้นอย่างสวยงาม
สแตนสำหรับกองเชียร์ถูกสร้างขึ้นอย่างสวยงาม
เรือลำนี้ยังไม่ได้ใส่หัวเรือกับหางเรือ
เรือลำนี้ยังไม่ได้ใส่หัวเรือกับหางเรือ
   ประเพณีการแข่งเรือเมืองน่านนั้นมีมาตั้งนานแล้ว ผมพยายามที่จะรวบรวมข้อมูลต่างๆที่เกี่ยวกับการแข่งเรือของจ.น่านมาไว้ให้ได้ศึกษากันนะครับ

บรรยากาศการซ้อมเป็นไปอย่างสนุกสนาน
บรรยากาศการซ้อมเป็นไปอย่างสนุกสนาน
มีการตกแต่งเรือแข่งให้เป็นเรือสวยงามด้วย
มีการตกแต่งเรือแข่งให้เป็นเรือสวยงามด้วย
   ข้อมูลเกี่ยวกับประเพณีแข่งเรือเมืองน่านจากนี้ไปจะเป็นข้อมูลที่ได้มาจากหนังสือ "เรือแข่งเมืองน่าน มรดกล้ำค่า" รวบรวม เรียบเรียงโดย อาจารย์ราเชนทร์ กาบคำ

   การแข่งเรือประเพณีจังหวัดน่าน เป็นประเพณีเก่าแก่ที่บรรพบุรุษชาวน่านได้ปฏิบัติสืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน แม่น้ำน่านเป็นแม่น้ำสายหลักที่ไหลผ่านตัวเมืองไปยังที่ต่างๆ เรือจึงเป็นพาหนะที่ชาวน่านและเจ้าผู้ครองนครใช้ในการเดินทางไปมาหาสู่กัน  และเชื่อมสัมพันธไมตรีกับหัวเมืองต่างๆ เริ่มปรากฏหลักฐานในประวัติศาสตร์เมืองน่าน เมื่อ พ.ศ. ๑๙๐๒ พระยาการเมือง เจ้าเมืองวรนคร (เมืองปัว) ได้ใช้เรืออพยพขนย้ายผู้คนล่องมาตามลำน้ำน่าน เพื่อสร้างเมืองใหม่ที่เมืองภูเพียงแช่แห้ง ( บริเวณวัดพระธาตุแช่แห้ง อำเภอภูเพียง ในปัจจุบัน)

แข่งกันมาเป็นคู่ๆ ติดๆกันมา
แข่งกันมาเป็นคู่ๆ ติดๆกันมา
มีหลายลำที่ออกมาซ้อม แต่บางลำก็ยังถูกเก็บคลุมผ้าไว้
มีหลายลำที่ออกมาซ้อม แต่บางลำก็ยังถูกเก็บคลุมผ้าไว้
   ชาวเมืองน่านมีความผูกพันกับ “พญานาค” โดยมีความเชื่อว่าพญานาคจะปกป้องคุ้มครองโบราณสถาน วัดวาอาราม และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพสักการะ จึงขุดเรือยาวและตกแต่งหัวเรือและหางเรือตลอดจนลำเรือให้มีลักษณะคล้ายพญา นาค ปีไหนมีภาวะฝนแล้ง ฝนฟ้าไม่ตกต้องตามฤดูกาลบรรพบุรุษชาวน่านก็จะนำเรือแข่งไปพายแข่งกัน ซึ่งเปรียบเสมือนกับพญานาคกำลังเล่นน้ำเพื่อขอฝนและก็เป็นที่น่าอัศจรรย์ อย่างยิ่ง เพราะว่าหลังจากนั้นฝนก็ตกลงมาจริงๆ

    การแข่งเรือเมืองน่านเกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อไร ไม่ปรากฏหลักฐานบอกไว้ มีแต่คำบอกเล่าสืบต่อกันมา และร่องรอยจากซากเรือแข่งเก่าแก่ที่ชำรุด แต่ก็มีเรือบางลำอายุร่วม ๒๐๐ ปี ยังมีสภาพดีสามารถนำลงแข่งขันได้ เช่น เรือเสือเฒ่าท่าล้อ บ้านท่าล้อ อำเภอภูเพียง ขุดเมื่อ พ.ศ.๒๓๕๙, เรือเสือเฒ่าบุญเรือง บ้านบุญเรือง อำเภอเวียงสา ขุดเมื่อ พ.ศ.๒๓๘๐ และ เรือคำแดงเทวี ( นางดู่งาม ) บ้านนาเตา อำเภอท่าวังผา ขุดเมื่อ พ.ศ.๒๓๙๐ จึงเป็นข้อมูลเชื่อได้ว่าเรือแข่งเมืองน่านเกิดมาพร้อมกับความเป็นเมืองน่าน ผู้คนที่มีวิถีชีวิตผูกพันกับแม่น้ำน่าน สารธารแห่งชีวิตและจิตวิญญาณของชาวเมืองน่าน

ดูๆฝีพายแต่ละคนไม่มีท่าทางเหนื่อยอ่อนกันเลย
ดูๆฝีพายแต่ละคนไม่มีท่าทางเหนื่อยอ่อนกันเลย
พายกันอย่างพร้อมเพรียง
พายกันอย่างพร้อมเพรียง

คุณน้องสาวเดินเล่นภายในงาน
คุณน้องสาวเดินเล่นภายในงาน
สินค้ามีมากมายให้เลือกตลอดสองข้างทาง
สินค้ามีมากมายให้เลือกตลอดสองข้างทาง
   มีเรื่องเล่าเป็นตำนานสืบทอดกันมาเกี่ยวกับการสร้างเรือแข่งต้นแบบของเมือง น่าน คือ เรือท้ายหล้า – ตาตอง ท้ายหล้า หมายถึง เรือที่ท้ายเรือที่ยังทำไม่เสร็จ ตาตอง หมายถึง เรือที่มีตาทำด้วยทองเหลืองหรืออีกความหมายหนึ่ง คือมีตาของไม้มีนำมาขุดเรือเป็นสีทองเหลือง

    จากเอกสารอ้างอิงประวัติศาสตร์ที่ได้กล่าวถึง “นครน่าน” ซึ่งเป็นเมืองนครรัฐที่เมืองต่างๆเข้ามาสวามิภักดิ์ถึง ๕๗ เมือง โดยมีเจ้าผู้ครองนครสืบราชวงศ์ติดต่อกันถึง ๖๔ พระองค์ นับตั้งแต่ราชวงศ์ภูคาเป็นปฐมสัติวงศ์จึงถึงราชวงศ์เติ๋นมหาวงศ์ ต้นตระกูล ณ น่าน เป็นราชวงศ์สุดท้าย ผู้ครองนครน่านเป็นราชวงศ์สุดท้ายไม่เป็นที่ปรากฏแน่ชัดว่าเจ้าผู้ครองนคร น่านเป็นพระองค์ใด มีรับสั่งให้บรรดาเสนาอามาตย์ทหารข้าราชบริพารไปตัดต้นตะเคียนที่ป่าขุนสมุน ( ป่าต้นน้ำที่อยู่ห่างจากอำเภอเมืองน่านในปัจจุบันไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ประมาณ ๓๐ กม. ) ซึ่งเป็นต้นไม้ตะเคียนที่มีขนาดใหญ่มาก ใหญ่ขนาดที่ว่าตอไม้ที่เหลือกว้างจนสามารถนำขันโตก ( ที่ใส่สำรับอาหารของคนเหนือ ) มาตั้งได้ถึง ๑๐๐ โตก แล้วให้ทหารลากออกมาที่ริมแม่น้ำน่านรอยลากทำให้เกิดแม่แม่น้ำสมุน ( แม่น้ำสาขาของแม่น้ำน่าน ) และให้น้ำไม้ตะเคียนมาขุดตกแต่งเป็นเรือแข่งเมืองน่าน ๒ ลำตั้งชื่อว่า “เรือท้ายหล้า-ตาตอง” เพื่อให้คนเมืองน่านได้ใช้เป็นรูปแบบในการขุดเรือเพื่อใช้ในการแข่งขันเรือ ให้เป็นประเพณีเพื่อบ่มเพาะความรัก ความสามัคคี เสริมสร้างจิตใจให้มั่นคง รู้แพ้ รูชนะ รู้อภัย ให้กับลูกหลานเมืองน่าน ตราบจนถึงปัจจุบัน

อั่นแน่.. ถูกใจเสื้อไรกันอ่ะ
อั่นแน่.. ถูกใจเสื้อไรกันอ่ะ
ลูกชาย กะ อา พากันลองแว่นตากันใหญ่
ลูกชาย กะ อา พากันลองแว่นตากันใหญ่
   การแข่งเรือประเพณีเมืองน่านในสมัยก่อน จะดัดการแข่งขันในงานประเพณี ถวายทานสลากภัต หรือชาวน่านเรียกว่า “ตานก๋วยสลาก” ถ้าวัดของชุมชน-หมู่บ้านใดที่มีเรือแข่งมีการจัดงานประเพณี ตานก๋วยสลาก คณะศรัทธาหมู่บ้าน-ชุมชนต่างๆ ที่มีเรือแข่ง ก็จะนำเรือแข่งบรรทุกก๋วยสลากพร้อมชาวบ้านและพระภิกษุ สามเณร ที่รับกิจนิมนต์เดินทางไปยังวัดที่มีงานประเพณีตานก๋วยสลาก เนื่องจากการคมนาคมในสมัยนั้นยังไม่สะดวกสบายเหมือนปัจจุบันอีกทั้งชุมชน หมู่บ้านก็ตั้งไม่ห่างไกลกันมาก และมักจะตั้งชุมชน-หมู่บ้านอยู่ติดกับลำน้ำน่านในขณะที่พายเรือไปก็จะตีฆ้อง กลอง ฉิ่ง ฉาบ ปาน และ เป่าแน เป็นทำนองเพลงล่องน่าน และผู้เฒ่าผู้แก่ก็จะลุกขึ้นฟ้อนซึ่งเป็นที่มาของท่าฟ้อน “ล่องน่าน” ที่มีเอกลักษณ์รูปแบบการฟ้อนเฉพาะตัว เมื่อเสร็จพิธีในช่วงบ่ายก็จะนำเรือแข่งมาแข่งกันอย่างสนุกสนาน รางวัลที่ได้ก็จะเป็นเหล้าขาวใส่กระบอกไม้ไผ่ ระยะหลังก็จะเปลี่ยนเป็นตะเกียงเจ้าพายุและน้ำมันก๊าด เพื่อนำไปจุดให้แสงสว่างในชุมชน-หมู่บ้านเนื่องจากในสมัยนั้นยังไม่มีกระแส ไฟฟ้าใช้ รวมถึงธงปักหัวเรือและเริ่มวิวัฒนาการเป็นถ้วยรางวัลในปัจจุบัน

มีกระต่ายน้อยมาขายด้วย..
มีกระต่ายน้อยมาขายด้วย..
บรรยากาศสองฝั่งแม่น้ำน่าน
บรรยากาศสองฝั่งแม่น้ำน่าน

ภาพนี้เป็นบริเวณด้านบนแถวๆจุดปล่อยเรือ
ภาพนี้เป็นบริเวณด้านบนแถวๆจุดปล่อยเรือ
เรือลำสีเขียวๆเป็นเรือลำใหญ่ที่สุด ต้องใช้ฝีพาย100คน
เรือลำสีเขียวๆเป็นเรือลำใหญ่ที่สุด ต้องใช้ฝีพาย100คน
การแข่งเรือประเพณีจังหวัดน่าน ปรากฏหลักฐานอ้างอิงได้ ดังนี้

ตั้งแต่ ปี พ.ศ.๒๔๖๐ เมื่อครั้งกรมสมเด็จเจ้าฟ้าพระนครสวรรค์วรพินิจฯ เสด็จตรวจราชการเมืองน่าน เจ้าผู้ครองนครน่านพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ เจ้านายฝ่ายเหนือและข้าราชการประจำเมือง ได้จัดให้มีการแข่งเรือประเพณีให้ทอดพระเนตร เจ้ามหาพรหมสุรธาดาเจ้าผู้ครองนครน่านองค์สุดท้าย เมื่อดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอุปราช พร้อมด้วยเจ้านายฝ่ายเหนือได้ลงไปฟ้อนในเรือลำที่ชนะเลิศด้วย
    พ.ศ. ๒๔๖๗ พระยาวรวิชัย วุฒิกร ( เลื่อน สนธิรัตน์ ) ปลัดมณฑล ประจำจังหวัดน่าน ได้ริเริ่มให้มีการทอดกฐินสามัคคีขึ้นอย่างเป็นทางการ นับเป็นครั้งแรกของจังหวัดน่าน ในงานนี้ได้จัดให้มีการแข่งเรือประเพณีเพื่อเป็นการเฉลิมฉลอง จึงเป็นประเพณีสืบต่อกันมาทุกปี จนถึงปัจจุบัน
    พ.ศ. ๒๔๗๙ พระเกษตรสรรพกิจ ( นุ่น วรรณโกมล ) ข้าหลวงประจำจังหวัดน่าน ได้จัดให้มีกฎกติกาการแข่งขันเรือขึ้นเป็นครั้งแรก เป็นกติกาง่ายๆ เช่นมีจุดปล่อย และ เส้นชัย ส่วนรางวัลก็มีธง ( ช่อ ) ปักหัวเรือ มอบให้เรือที่ได้รับรางวัลที่ ๑ เท่านั้น เรือที่ได้รับรางวัลในปีนั้นคือ “เรือบัวพาชมชื่น” หรือ “เรือบัวระพาชมชื่น” ของบ้านน้ำปั้ว อำเภอเวียงสา
    พ.ศ. ๒๔๙๘ นายมานิต บุรณพรรค ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ได้จัดให้องค์การดุริยางค์นาฏศิลป์ กรมศิลปากร มาถ่ายทำภาพยนตร์ สารคดี เพื่อเป็นหลักฐานทางด้านมนุษยชาติ วัฒนธรรม ประเพณีพื้นบ้าน การแข่งเรือประเพณีในปีนั้นจึงจัดอย่างยิ่งใหญ่
    พ.ศ. ๒๕๐๓ หลวงอนุมัติราชกิจ ( อั๋น อนุมัติราชกิจ ) ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ได้ขอพระราชทานผ้าพระกฐินพระราชทาน เรียกกันว่า ( กฐินหลวง ) นำไปทอด ณ วัดช้างคำวรวิหาร พระอารามหลวง การแข่งเรือประเพณีในปีนั้นจึงเป็น การแข่งเรือกฐินพระราชทาน
    พ.ศ. ๒๕๒๒ พท.นพ.อุดม เพชรศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ได้กำหนดให้มีการแข่งเรือประเพณีนัดเปิดสนามในงานประเพณีตานก๋วยสลากของวัด พระธาตุช้างค้ำวรวิหาร ( วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒ น่าน ) ประมาณเดือนกันยายน และให้มีการแข่งเรือประเพณีนัดปิดสนามในงานทอดกฐินพระราชทาน ซึ่งกำหนดในวันเสาร์ – อาทิตย์ หลังออกพรรษา ประมาณ ๑-๒ สัปดาห์ ประมาณเดือนตุลาคม – พฤศจิกายน
    พ.ศ. ๒๕๒๕ นายชัยวัฒน์ หุตะเจริญ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ได้กราบบังคมทูลขอพระราชทานถ้วยรางวัลประเภทเรือใหญ่ จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อพระราชทานให้กับเรือแข่งที่ชนะเลิศ ในปี พ.ศ. ๒๕๒๖ เรือขุนน่าน บ้านศรีบุญเรือง อำเภอภูเพียง ได้รับพระราชทานถ้วยรางวัลเป็นปีแรก
    พ.ศ. ๒๕๒๖ นายประกอบ แพทยกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ได้กราบบังคมทูลขอพระราชทานถ้วยรางวัลชนะเลิศเรือกลาง จากสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามบรมราชกุมาร ขอพระราชทานถ้วยรางวัลชนะเลิศเรือเล็ก จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี
    พ.ศ. ๒๕๒๗ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามบรมราชกุมาร ได้เสด็จพระราชดำเนิน เป็นองค์ประธานในพิธีปิดการแข่งขันเรือประเพณีจังหวัดน่าน และได้พระราชทานถ้วยรางวัลให้แก่เรือแข่งที่ชนะเลิศในการแข่งขัน ดังนี้

    ประเภทเรือใหญ่ คือ เรือขุนน่าน บ้านศรีบุญเรือง อำเภอภูเพียง
    ประเภทเรือกลาง คือ เรือดาวทอง บ้านม่วงตึ๊ด อำเภอภูเพียง
    ประเภทเรือเล็ก คือ เรือศรนารายณ์ บ้านดอนแก้ว อำเภอเมือง

    พ.ศ. ๒๕๓๖ สำนักงานเทศบาลเมืองน่าน ได้กราบบังคมทูลขอพระราชทานถ้วยรางวัลชนะเลิศประเภทเรือสวยงาม จากพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ ในปีนี้วิทยาลัยสารพัดช่างน่าน ร่วมกับ กศ.บป.ศูนย์น่าน ได้ครองถ้วยพระราชทาน
    พ.ศ. ๒๕๔๑ สำนักงานเทศบาลเมืองน่าน ได้กราบบังคมทูลขอพระราชทานถ้วยรางวัลชนะเลิศกองเชียร์ จากพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิตติยาภา ในปีนี้กองเชียร์บ้านท่าล้อได้รับพระราชทานถ้วยรางวัลเป็นปีแรก
    พ.ศ. ๒๕๔๗ องค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน ร่วมกับสำนักงานเทศบาลเมืองน่าน อำเภอภูเพียง และ สภาวัฒนาธรรมจังหวัดน่าน จัดการแข่งขันเรือเยาวชน อายุไม่เกิน ๑๘ ปี ( ต่อมาเปลี่ยนเป็นอายุไม่เกิน ๒๐ ปี ) นับเป็นแห่งแรกของประเทศไทย ในปีแรกนี้เยาวชนบ้านท่าค้ำ อำเภอท่าวังผา นำเรือเทพสุวรรณ ครองถ้วยชนะเลิศ

พายกันมาอย่างพร้อมเพรียง
พายกันมาอย่างพร้อมเพรียง
นี่ขนาดวันซ้อม กองเชียร์มีเพียบ
นี่ขนาดวันซ้อม กองเชียร์มีเพียบ
   เรือแข่งเมืองน่านเป็นเรือแข่ง ที่ขุดจากไม้เนื้อแข็ง ส่วนใหญ่ทำจากไม้ตะเคียนทอง มีความยาวประมาณ ๙ – ๑๒ วา( ๑๘–๓๒ เมตร ) เพราะมีความเชื่อว่า ไม้ตะเคียนเป็นต้นไม้ที่มีผีสางรุกขเทวดาอารักษ์สิงสถิตอยู่ เมื่อนำมาขุดเรือและดูแลรักษาให้ดีจะมีคุณ แต่เหตุผลที่แท้จริงไม้ตะเคียนเป็นไม้เนื้อแข็งที่มีความแข็งแรงทนทาน ไม่ผุกร่อนง่ายอีกทั้งเป็นไม้ที่ลอยน้ำได้ดี แต่มีเรือแข่งเมืองน่าน บางลำพบว่าขุดจากไม้ชนิดอื่นแทน เช่น ไม้สัก ( เรือเทพสักทอง บ้านร้องตอง อำเภอภูเพียง ขุด พ.ศ. ๒๕๐๐ ) ,ไม้ประดู่ ( เรือคำแดงเทวี บ้านนาเตา อำเภอท่าวังผา ขุด พ.ศ. ๒๓๙๐ ) , ไม้จำปีป่า ( เรือเพชรจำปี บ้านต้นฮ่าง อำเภอท่าวังผา ขุด พ.ศ. ๒๔๙๘ ) , ไม้งิ้ว ( เรือเทพทันใจ บ้านท่าดอนไชย อำเภอเวียงสา ขุด พ.ศ. ๒๕๔๘ ) วิวัฒนาการของการขุดเรือแข่งเมืองน่าน สามารถแบ่งได้ตามลักษณะ การขุดเรือได้ ๒ ยุค ดังนี้คือ

๑. ยุคดั้งเดิมเมืองน่าน

เป็นการขุดเรือเรือแข่งแบบเก่าแก่ของ จังหวัดน่านที่ขุดโดยอาศัยภูมิปัญญาท้องถิ่น กล่าวคือ เมื่อได้ไม้ซุงมาแล้วก็พิจารณารูปทรง โดยทั่วไปมักจะใช้ด้านโคนของซุงเป็นหัวเรือ แต่ก็มีช่างบางคนที่ใช้ส่วนปลายซุงเป็นส่วนหัวเรือ

การขุดเรือแบบดั้งเดิม หลังจากเปิดปีกไม้เป็นรูปสี่เหลียมแล้วจะขุดด้วยสิ่วขนาดใหญ่หรือขวานโยน หรือขวานมะหลู โดยจะทำการถากไม้ซุงด้านนอกให้เป็นรูปทรงกลมของท้องเรือแข่งซึ่งลักษณะของ ท้องเรือแข่งแบบนี้จะไม่ราบเรียบ เนื่องจากมีรอยขวานถากไว้ และจะเริ่มเจาะขยายด้านในให้เป็นร่องของเรือ ลักษณะเหมือนรางใส่อาหารหมู และตรงร่องกลางจะทำเป็นสันนูนหนากว้าง ๖ – ๑๐ นิ้ว ตลอดลำเรือ ซึ่งลักษณะคล้ายกับกระดูกงูของเรือแข่งในยุคปัจจุบัน เรือแข่งแบบดั้งเดิมของเมืองน่านจะมีท้องร่องของเรือตลอดถึงความกว้างของ เนื้อไม้ระหว่างกราบด้านนอกถึงกราบด้านในกว้างและหนามาก หลังจากนั้นช่างจะใช้ไม้เนื้อแข็งหนา ๒ นิ้ว กว้าง ๔ นิ้ว ยาว ๑๐ นิ้ว ประกบยึดติดกับด้านในของท้องเรือ ทั้งซ้ายและขวา เรียกว่า ไม้ขั้นตัน และใช้ไม้ลูกประสัก คือ การถากไม้ให้แหลมเล็กมีรูปร่างคล้ายตะปูยาวประมาณ ๓ – ๕ นิ้ว ตอกสลักยึดไว้ หลังจากนั้นใช้ไม้ที่มีความหนา ๑ นิ้ว กว้าง ๘ – ๑๐ นิ้ว มีความยาวเท่ากับความกว้างของเรือวางพาดบนไมที่มีสลักยึดไว้ เพื่อใช้เป็นที่นั่งของฝีพายเรือแข่ง

เรือแข่งเมืองน่าน จะไม่มีการวางรางเรือหรอตอหม้อเรือ แต่จะมีกราบเรือประกบทั้งสองข้าง และนำ “ขี้ขะย้า” คือ การนำเอากวาง ( ยางไม้ชนิดหนึ่งมีสีน้ำตาล ) และน้ำมันยางมาต้มให้ละลายเข้าด้วยกัน ถ้าต้องการให้ขี้ขะย้าเป็นสีขาวก็จะนำไปต้มกับไม้ผลที่มีรสเปรี้ยว เช่น มะกรูด มะนาว มะเฟือง ฯลฯ ในการต้มนั้นต้องสังเกตว่าขี้ขะย้าเหลวหรือข้นไปหรือไม่ ถ้าข้นก็ต้องเติมน้ำมันยางลงไป ถ้าไม่เหนียวหรือเหลวเกินไปก็เติมกาวลงไป ถ้าเห็นว่าเหมาะสมดีแล้ว ต้องรอให้ขี้ขะย้าเย็นลงแต่ต้องไม่รีบร้อนหรือเย็นเกินไปเพราะจะสามารถปั้น ให้กลมยาวเรียว และ นำไปทาบกับปิดแนวไม้ขอบด้านนอกลำเรือระหว่างลำเรือกับกราบเรือ และส่วนที่เป็นการต่อของไม้หรือ รูที่เกิดจากการขุดเรือเพื่อกันไม่ให้น้ำรั่วซึมเข้ามาในตัวเรือ ซึ่งต่อมาคนเมืองน่านนิยมเรียกเรือแข่งแบบดั้งเดิมของเมืองน่านว่า “เรือขี้ขะย้า”

เนื่องจากเรือขี้ขะย้าเป็นเรือที่มีความหนาระหว่าง กราบเรือด้านนอกและกราบเรือด้านในของลำตัวเรือค่อนข้างจะหนา ( ๖ – ๑๐ นิ้ว ) โดยเฉพาะท้องเรือ ทำให้น้ำหนักของเรือมีน้ำหนักมาก ดังนั้นในสมัยก่อนชุมชนหรือหมู่บ้านที่มีเรือแข่งจึงนิยมทำโรงเก็บเรือติด กับตลิ่ง เวลาจะเอาเรือลงหรือขึ้นก็ใช้แรงคนลากให้ลื่นไหลโดยใช้ต้นกล้วย กาบมะพร้าว หรือท้อนไม้ขนาดเท่าขาเป็นหมอนหนุนเพื่อให้เรือไหลลื่นง่ายขึ้น


หลังเลิกเรียน มีนักเรียนต่างพากันมานั่งชมการซ้อมเรือกัน
หลังเลิกเรียน มีนักเรียนต่างพากันมานั่งชมการซ้อมเรือกัน
เอ้า..อีกภาพ สำหรับเรือชื่อ พญาฆึ
เอ้า..อีกภาพ สำหรับเรือชื่อ พญาฆึ

ยามเย็น ณ แม่น้ำน่าน จ.น่าน
ยามเย็น ณ แม่น้ำน่าน จ.น่าน
ด้านบนสะพานพัฒนาภาคเหนือ หากต้องการภาพมุมสูง
ด้านบนสะพานพัฒนาภาคเหนือ หากต้องการภาพมุมสูง
๒. ยุคปัจจุบัน

เป็นยุคที่เริ่มนำเอาช่าง ขุดเรือมาจากต่างจังหวัดส่วนใหญ่จะเป็นภาคกลาง หรือภาคใต้ อาทิเช่น จังหวัดพิจิตร นครสวรรค์ พิษณุโลก ชุมพร สุราษฎร์ธานี และจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คือ จังหวัดกาฬสินธุ์ มาทำการขุดเรือโดยเรือแข่งลำแรกที่นำช่างจากต่างจังหวัดมาขุดคือ เรือบ้านน้ำปั้ว อำเภอเวียงสา โดยนำช่างจากจังหวัดกาฬสินธุ์มาขุดเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๑ ขุดเรือชื่อว่า “นางหงษ์” และเมื่อนำมาลงแข่งขันปรากฏว่า สามารถเอาชนะเรือแข่งแบบดั้งเดิม เลยเลยทำให้เกิดกระแสนำเรือแข่งแบบดั้งเดิมไปดัดแปลงหรือถ้าขุดใหม่ก็จะนำ ช่างจากภาคกลางหรือภาคใต้มาขุด ซึ่งคนเมืองน่านเรียกเรือประเภทนี้ว่า “เรือหงษ์” การขุดเรือยุคปัจจุบันเป็นอิทธิพลของภูมิปัญญาชาวไทยในภาคกลางและภาคใต้ ซึ่งกรรมวิธีการขุดเรือจะใช้เครื่องทุ่นแรง สิ่งอำนวยความสะดวกค่อนข้างมาก อีกทั้งจะทำให้ไม่เปลืองไม้ สมมตินำไม้ซุงท่อนหนึ่งมาขุดเรือแข่งแบบดั้งเดิมจะได้เศษไม้ซึ่งใช้ประโยชน์ อะไรไม่ได้ แต่ถ้าเป็นการขุดเรือแข่งในยุคปัจจุบันไม้ที่ได้จากการขุดเรือแข่งสามารถ เลื่อยแปรรูปและนำไม้ไปใช้เป็นองค์ประกอบต่างๆ และนำไปตบแต่งเรือแข่งได้อีกมาก

การขุดเรือยุคปัจจุบัน

การ ขุดเรือในยุคปัจจุบันเริ่มจากการได้ไม้ซุง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นไม้ตะเคียนมาเรียบร้อยแล้วก็จะพิจารณาว่าจะเอาส่วนใดเป็น ส่วนหัวเรือหรือท้ายเรือ ช่างขุดเรือจะใช้เลื่อยโซ่ หรือเลื่อยไฟฟ้า เปิดปีกไม้ออกให้เป็นรูปสี่เหลี่ยม และเปิดตรงกลางให้เป็นรูปตัววี และ ใช้ขวานมะหลู ฟันถากเปิดปาก ตกแต่งภายในให้เป็นรูปร่างเรือแข่งแล้วเลื่อยเฉียงเปิดด้านข้างทั้งสองข้าง เพื่อทำเป็นท้องเรือ ใช้กบไสให้เรียบตลอดลำเรือ และฟันถากตกแต่งด้านบนของท้องเรือให้เป็นรางคล้ายรางใส่อาหารหมู ซึ่งจะได้เรือแข่งแบบหยาบๆ ที่เรียกว่า “โกลนเรือ” แล้วก็คว่ำโกลนเรือลง และนำเศษไม้ที่ถากออกมาสุมเป็นกองไฟตลอดลำเรือ เพื่อใช้ความร้อนลนจนน้ำมันของไม้ตะเคียนไหลเยิ้มออกมา นั่นหมายถึงความร้อนจะทำให้เนื้อไม้ขยายตัวและจะใช้ปากกางัดกราบเรือทั้งสอง ข้างออกแล้วใช้ไม้ค้ำกราบเรือ ทิ้งไว้จนเนื้อไม้เย็นลง ซึ่งการทำลักษณะอย่างนี้ ภาษาเรือแข่งเรียกว่า “เบิกเรือ” หรือ เมืองน่านเรียกว่า “บี่เฮีย” ซึ่งต้องทำแบบค่อยเป็นค่อยไปไม่เร่งรีบเพื่อจะให้กราบเรือกว้างได้ตามขนาด ที่ต้องการ ซึ่งถ้ารีบร้อนจะทำให้ไม้บิดเบี้ยว โค้งงอ หรืออาจทำให้เนื้อไม้แตก หรืออาจทำให้เรือแข่งมีรอยร้าวไม่สมบูรณ์ อีกทั้งขนาดความกว้างของเรือตลอดลำไม่เท่ากัน เฉลี่ยประมาณ ๘๐ – ๑๕๐ เซนติเมตร

เมื่อเบิกเรือแข่งได้ตามขนาดที่ต้องการแล้ว ช่างจะทำการตกแต่งความหนาของกราบเรือ เพื่อให้ได้ขนาดความหนาที่ต้องการประมาณ ๒ – ๕ นิ้ว และช่างจะทำการวางรางเรือ โดยการนำไม้มาทำเป็นรูปโค้งครึ่งวงกลมขนาดเท่ากับความกว้างของท้องเรือแข่ง หนาประมาณ ๒ – ๓ นิ้ว วางขวางตลอดลำเรือ ซึ่งจะทำให้เรือแข่งมีความแข็งแรงมั่นคง ไม่เสียรูปทรง

ขั้นตอนต่อมา คือ การทำที่นั่งฝีพายช่างจะนำไม้ขนาดหน้ากว้าง ๓ – ๕ นิ้ว หนา ๑.๕๐ – ๒ นิ้ว มาวางขวางทับบนรางเรือตลอดลำเรือแข่งและจะใช้ไม้หน้ากว้าง ๓ – ๔ นิ้ว หน้า หนา ๑.๕๐ – ๒ นิ้ว มีความยาวของไม้เท่ากับความยาวของลำเรือแข่งมาวางทับบนที่นั่งขันน๊อตติด เพื่อให้ลำเรือแข่งมีโครงสร้างที่มั่นคงแข็งแรง

ที่ใต้ที่นั่งฝีพาย ช่างจะใช้หวายรั้งระหว่างขอบเรือแข่งทั้งสองข้างเพื่อป้องกันไม่ให้เรือแข่ง แบะออกมาเกินไป การใช้หวายรั้งดึงเข้าหากันอาจจะขันชะเนาะกระทงเว้นกระทงหรืออาจขันชะเนาะ กระทงต่อกระทงแล้วแต่ความเหมาะสม เพื่อให้รูปทรงลักษณะของลำเรือแข่งมีความแข็งแรง มั่นคง แน่นหนา อีกทั้งเป็นจุดที่ช่างจะปรับแต่งโครงสร้างของเรือแข่งว่าจะให้ส่วนหัวเรือ หรือส่วนท้ายเรือของลำเรือแข่งเชิดขึ้น – ลงเท่าใด ซึ่งจะสัมพันธ์กับการเคลื่อนที่ของเรือแข่งบนผิวน้ำเวลาฝีพายพายเรือ ซึ่งจะส่งผลทำให้เรือแข่งลำนั้นวิ่ง หรือ ไม่วิ่ง ซึ่งเป็นภูมิปัญญาของช่างแต่ละคนที่จะคอยปรับแต่ง แก้ไขตลอดเวลาขณะเข้าร่วมแข่งขัน

ต่อจากนั้นช่างจะใช้ไม้หน้ากว้าง ๔ – ๕ นิ้ว ยาวตลอดลำเรือแข่งเสริมด้านข้างเป็นกราบเรือยึดติดกับตัวเรือแข่งเพื่อให้ ตัวเรือแข่งสูงขึ้นแล้วใช้ชันผสมน้ำมันยางทาทับบริเวณรอยต่อ เพื่อไม่ให้น้ำรั่วซึมเข้าลำเรือแข่ง และช่างก็จะตกแต่งด้านนอกของเรือแข่งให้เรียบร้อยและใช้กบไฟฟ้าไสท้องเรือ แข่งให้เรียบ ซึ่งอาจจะเป็นรูปทรงกลม แบน ป้าน แล้วแต่เทคนิคและภูมิปัญญาของช่างแต่ละคน

สำหรับส่วนหัวและท้ายเรือ แข่ง ช่างจะตัดและปรับแต่งตามแนวเฉียงรูปปากฉลาม เพื่อนำไปประกอบกับกัญญาหัวและกัญญาท้ายตามรูปแบบของเรือแข่งเมืองน่านต่อไป


ภาพมุมสูง บรรยากาศร้านขายของในบริเวณงานแข่งเรือ
ภาพมุมสูง บรรยากาศร้านขายของในบริเวณงานแข่งเรือ
ศูนย์สินค้าOTOP เปิดบริการทุกวัน แม้ไม่มีเทศกาลแข่งเรือ
ศูนย์สินค้าOTOP เปิดบริการทุกวัน แม้ไม่มีเทศกาลแข่งเรือ
ส่วนประกอบของเรือแข่งเมืองน่าน

โขนเรือ หรือ หัวโอ้เรือ
ป็น ไม้แกะสลักรูปหัวพญานาค ซึ่งจะมีส่วนประกอบคือ หงอนหรือนอ และเขี้ยวที่ยาวยื่นออกมาจากริมปากทั้งสองข้าง อ้าปากโชว์เขี้ยวโง้งโผล่ออกมาตรงกลาง มีหู แก้ม ลูกตา จมูก ( หมกขี้หมก ) เขี้ยวแต เขี้ยวฟอง ( เขี้ยวธรรมดาภายในปาก ) อาจจะมีกระดิ่งแขวนเพื่อให้เกิดเสียงดังเวลาเรือแข่งแล่นในน้ำ ดวงตาทำด้วยลูกแก้วสีแดง ส่วนหัวจะประดับด้วยกระจกสี ส่วนลวดลายที่แกะสลักจะระบายด้วยสีแดง ดำ สลับด้วยสีเขียว สีทอง สีเหลือง และสีขาว ปลายคางจะประดับด้วยพู่ดอกไม้แห้งที่มีกระจกเงาเป็นส่วนประกอบซึ่งเวลา สะท้อนแสงแดดจะเกิดแสงวับวาวเป็นระยะ มองดูน่าเกรงขาม

กัญญาหัว โงนหัว หรือ แก๋นคอ
ป็น ส่วนหัวตั้งแต่คอเรือแข่งจนถึงช่วงบริเวณช่วงต่อ ลำเรือแข่ง จะทำด้วยไม้เนื้ออ่อนซึ่งจะทำให้มีน้ำหนักเบามีลักษณะงอนโค้งรูปสามเหลี่ยม มุมแหลมเขียนลวดลายไทยเป็นลักษณะลายพื้นเมืองน่าน หรือลายกนก ลายเครือเถา ลายประจำยาม หรือลายเปลว โดยมากมักใช้สีแดงเป็นสีพื้นของการผูกลวดลาย การตกแต่งเส้นหรือขอบของลวดลายจะใช้สีเขียว สีแดง สีทอง สีดำ การตกแต่งทับเส้น หรือขอบของลวดลายจะใช้สีสลับกันเช่น สีแดง สีดำ หรือ สีที่มองดูแล้วเด่นสง่ม

กัญญาท้าย โงนหาง หรือ แก๋นท้าย
เป็นส่วน ท้ายเรือแข่งซึ่งต่อจากลำเรือ งอนโค้งไปถึงหางวรรณ ลักษณะเหมือนกัญญาหัว หรือ โงนหัว จะแตกต่างตรงที่ส่วนปลายหางจะมีการนำหางวรรณ ซึ่งเป็นไม้แกะสลักเป็นรูปเครือเถาวัลย์มาสวมใส่และส่วนปลายหางวรรณจะนำตุง ไส้หมู หรือหางสนุก ซึ่งทำจากกระดาษสี ดอกไม้แห้งยาวพลิ้วมาติด ทำให้เวลาเรือแข่งแล่นในน้ำจะพลิ้วปลิวตามลมมองดูสวยงาม สมัยก่อนท้ายเรือแข่งจะมีความแข็งแรงมากโดยที่นายท้ายเรือแข่งสามารถขึ้นไป ยืนและขย่มเรือแข่งเพื่อให้เรือแข่งไหวเอนเสือกไปตามลำน้ำมองดูไกลๆ คล้ายพญานาคกำลังเล่นน้ำ

กัญญาท้าย โงนหาง หรือ แก๋นท้าย
เป็นส่วนท้ายสุดต่อออกมาจากกัญญาท้าย เป็นไม้แผ่นแกะสลัก

เมื่อ นำส่วนหัวและหางเรือมาประกอบเข้ากับตัวเรือเรียบ ร้อยแล้วเรียกว่า “กระทายหัว – กระทายท้าย” โดยมีสลักยึดระหว่างหัวและท้ายกับลำตัวเรือแข่ง เรียกว่า “เดือยหางเหย์” แล้วอุดรอยต่อและรอยรั่วของเรือแข่งด้วยขี้ขะย้า หรือใช้น้ำมันเคลือบทาผิดเพื่อป้องกันการรั่วซึม หลังจากนั้นจะนำไปเขียนลวดลายข้างลำเรือแข่งทั้งลำ

ลวดลายบนลำเรือ แข่งแบบดั้งเดิม นิยมใช้สี ๔ สี คือ สีแดง สีดำ สีเหลือง และ สีขาว ลวดลายที่ใช้เขียนมีหลายแบบ เช่น ลายดอก อาทิ ดอกผักแว่น ดอกฝ้าย ดอกแก้ว ( ดอกลำดวน ) ลายเถาวัลย์ ลายกนก ลายก้านต่อ ลายเปลว ลายประจำยาม เรือแข่งแต่ละลำจะมีลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเองขึ้นอยู่กับภูมิปัญญาของ แต่ละชุมชน

เบเกอรี่จากร้านดัง ก็มาขายในงานนี้ด้วย
เบเกอรี่จากร้านดัง ก็มาขายในงานนี้ด้วย
ขนมหวานไทยๆ ก็มีให้เลือกซื้อกัน
ขนมหวานไทยๆ ก็มีให้เลือกซื้อกัน

ลูกชิ้น ของทอด และยำต่างๆ
ลูกชิ้น ของทอด และยำต่างๆ
ปลาสวยงามก็มีขายในงานนี้กะเค้าด้วย
ปลาสวยงามก็มีขายในงานนี้กะเค้าด้วย

เห็นคนมุงร้านนี้เยอะ ที่แท้ก็ลูกชิ้นยักษ์นี่เอง
เห็นคนมุงร้านนี้เยอะ ที่แท้ก็ลูกชิ้นยักษ์นี่เอง
ร้านนี้ขายขนมถังแตกครับ
ร้านนี้ขายขนมถังแตกครับ

ขนาดป้ายบอกชื่อถนน ก็ยังต้องเป็นเรือแข่ง
ขนาดป้ายบอกชื่อถนน ก็ยังต้องเป็นเรือแข่ง
ซุ้มประตูเข้าสู่สนามการแข่งเรือ
ซุ้มประตูเข้าสู่สนามการแข่งเรือ


แผนที่


พิกัด GoogleMap : N = 18.775199,   S = 100.77973



อ่าน (2,320)

  


  



เรื่องเที่ยวแบบครอบครัวล่าสุด



แสดงความคิดเห็น

>> Facebook Comment





REVIEW
แนะนำสถานที่ กิจกรรม ดี ๆ เจ๋ง ๆ โดย AddSiam.Com
REVIEW

ยังไม่มมีข้อมูลรีวิว.




เรื่องผจญภัย 77 จังหวัด
ภาคเหนือ
น่าน  พะเยา  ลำปาง  ลำพูน  อุตรดิตถ์  เชียงราย  เชียงใหม่  แพร่  แม่ฮ่องสอน 

ภาคกลาง
กรุงเทพมหานคร  กำแพงเพชร  ชัยนาท  นครนายก  นครปฐม  นครสวรรค์  นนทบุรี  ปทุมธานี  พระนครศรีอยุธยา  พิจิตร  พิษณุโลก  ลพบุรี  สมุทรปราการ  สมุทรสงคราม  สมุทรสาคร  สระบุรี  สิงห์บุรี  สุพรรณบุรี  สุโขทัย  อ่างทอง  อุทัยธานี  เพชรบูรณ์ 

ภาคตะวันออก
จันทบุรี  ฉะเชิงเทรา  ชลบุรี  ตราด  ปราจีนบุรี  ระยอง  สระแก้ว 

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
กาฬสินธุ์  ขอนแก่น  ชัยภูมิ  นครพนม  นครราชสีมา  บึงกาฬ  บุรีรัมย์  มหาสารคาม  มุกดาหาร  ยโสธร  ร้อยเอ็ด  ศรีสะเกษ  สกลนคร  สุรินทร์  หนองคาย  หนองบัวลำภู  อำนาจเจริญ  อุดรธานี  อุบลราชธานี  เลย 

ภาคตะวันตก
กาญจนบุรี  ตาก  ประจวบคีรีขันธ์  ราชบุรี  เพชรบุรี 

ภาคใต้
กระบี่  ชุมพร  ตรัง  นครศรีธรรมราช  นราธิวาส  ปัตตานี  พังงา  พัทลุง  ภูเก็ต  ยะลา  ระนอง  สงขลา  สตูล  สุราษฎร์ธานี 
100 เรื่องเมืองไทย
มวยไทย
มวยไทย
มนุษย์รู้จักคำว่า ต่อสู้ ตั้งแต่มนุษย์เริ่มเกิดลืมตามาดูโลก ต้องต่อส...
ลำตัด วัฒนธรรมพื้นบ้านเล่าขานความเป็นไทย
ลำตัด วัฒนธรรมพื้นบ้านเล่าขานความเป็นไทย
เพลงพื้นบ้านภาคกลาง เป็นการละเล่นที่นำบทร้อยกรองมาใส่จังหว...
ประวัติศาสตร์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ประวัติศาสตร์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ประวัติศาสตร์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนค...
ประวัติศาสตร์จังหวัดอ่างทอง
ประวัติศาสตร์จังหวัดอ่างทอง
ประวัติศาสตร์จังหวัดอ่างทองสมัยก่อนกรุงศรีอยุธยาอ่างทองเป็นท...
พระราชพิธีบรมราชาภิเษก
พระราชพิธีบรมราชาภิเษก
พระราชพิธีบรมราชาภิเษกเป็นพระราชพิธีสำคัญยิ่งสำหรับประเทศที่มี...
อักษรไทยฝักขามหรืออักษรฝักขาม
อักษรไทยฝักขามหรืออักษรฝักขาม
อักษรไทยฝักขามหรืออักษรฝักขาม เป็นอักษรที่เคยใช้ในล้านนาและภาคอี...
หนังสือใบลาน คัมภีร์ใบลาน
หนังสือใบลาน คัมภีร์ใบลาน
ใบลาน หรือ คัมภีร์ใบลาน หรือ หนังสือใบลาน เป็นเอกสารโบราณประเภท...
กรณีพิพาทระหว่างไทย-ฝรั่งเศส ร.ศ.112
กรณีพิพาทระหว่างไทย-ฝรั่งเศส ร.ศ.112
ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 พวกฝรั่งช...
นาฎศิลป์ไทย
นาฎศิลป์ไทย
นาฏศิลป์ เป็นศิลปะแห่งการละคร  ฟ้อนรำ  และด...
การสักยันต์ของไทย
การสักยันต์ของไทย
วัฒนธรรมการสักบนผิวหนัง การสักลวดลายบนผิวหนังหรือที่เรียก...
พระเครื่อง
พระเครื่อง
วัตถุมงคลในศาสนาพุทธ หรือเรียกกันโดยทั่วไปว่า พระเครื่องราง ...
โขน
โขน
โขนเป็นนาฏศิลป์ชั้นสูงที่เก่าแก่ของไทย มีมานานตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุ...
เงินตราสยาม
เงินตราสยาม
เงินตราสยาม มีความหลากหลายในรูปพรรณและสัณฐาน มีความเป็นเอกลัก...
ขุนช้างขุนแผน
ขุนช้างขุนแผน
เรื่องย่อขุนช้างขุนแผน  เรื่องขุนช้างขุนแผน มีผู้สันนิษฐ...
สมุนไพรไทย
สมุนไพรไทย
คำว่า สมุนไพร ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 252...